สองพี่น้องภุมรินทร์

สองพี่น้องภุมรินทร์ อนาคตที่คู่ควรกับ “บุนเดสลีกา”

สองพี่น้องภุมรินทร์ รอบเดือนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ชื่อของสองลูกพี่ลูกน้อง “กานต์-เกมส์” กฤษณะ ภุมรินทร์

สองพี่น้องภุมรินทร์ และก็ จิรพัฒน์ ภุมรินทร์ มีชื่อเสียงของแฟนคนไทย ภายหลังจากเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลในระดับเยาวชนของสมาพันธ์ดังในลีกเยอรมนี โดยกฤษณะ วัย 15 ปีผู้น้อง เล่นในตำแหน่งผู้เฝ้าประตู

ย้ายร่วมกลุ่มอะคาเดมี่ของฮอฟเฟนไฮม์, ส่วนจิรพัฒน์ ผู้พี่ในวัย 16 ปี ได้เซ็นสัญญากับ เอฟเอสเฟา แฟรงค์เฟิร์ต แต่ว่ากว่ากำลังจะถึงจุดนี้ ทั้งคู่คนจะต้องผ่านการฝึกฝนอย่างมาก จนถึงก้าวสู่บันไดขั้นตอนแรก

ของความฝัน แล้วก็บางทีอาจจะก้าวเป็นนักฟุตบอลกลุ่มชาติไทยได้ในอนาคต กฤษณะ รวมทั้ง จิรพัฒน์ กำเนิดที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ภายหลังที่อีกทั้งป๊ะป๋าและก็ม่าม้า ลงหลักปักฐานชีวิตในถิ่นเมืองเบียร์สด ผลบอลไทย

ป๋ามีอาชีพเป็นหัวหน้าร้านอาหารของกินนานาประเทศ และก็ม่าม้าเป็นแม่บ้าน ในตอนที่ “กานต์-เกมส์” เกิดขึ้น ครอบครัวมิได้มุ่งหวังที่จะให้ทั้งสองยอดเยี่ยมในด้านบอล แม้กระนั้นต้องการที่จะให้ทั้งสองฝึกฝน

ผลบอลไทย

ความชำนาญแล้วก็บริหารร่างกาย “สิทธิชัย ภมรทร์” ป๋าของทั้งสองเล่าให้กลุ่มข่าวสารไทยเมืองโทรทัศน์

ฟังว่า ระบบบอลที่เยอรมนี บันไดขั้นตอนแรกของนักเตะ จำเป็นจะต้องไปลงทะเบียนกับชมรม เขาก็เลยเลือกสมาพันธ์แถวบ้านอย่าง “สปอร์ตฟรอยด์ 04” เป็นสมาคมแรก ในขั้นแรกทั้งสองต้องการที่จะเป็น

ผู้เล่นในสนาม แต่ว่าด้วยรูปร่างของ ผู้น้องที่ออกจะอ้วน ทำให้โดนจับไปเป็นผู้เฝ้าประตู ส่วน จิรพัฒน์ ได้เล่นในตำแหน่งดาวยิง “จนถึงวันหนึ่ง มีสมาชิกในกลุ่มสปอร์ตฟรอยด์ 04 ได้รับการเซ็นสัญญา ดูบอลสด

กับกลุ่มดังกลุ่มหนึ่ง ก็เลยเป็นจุดกำเนิดที่ทั้งสองมีความต้องการต้องการจะได้เซ็นสัญญากับสมาพันธ์ใหญ่ในเยอรมนีบ้าง ผมก็บอกเขาไปว่า การจะไปเล่นสมาคมใหญ่ไม่ได้ง่าย มันจำเป็นต้องฝึกหนัก

รวมทั้งทุ่มเทให้กับมัน ผมถามทั้งสองว่าต้องการจะสู้ร่วมกันมั้ย ทั้งสองก็บอกอยากเป็นนักเตะอาชีพให้ได้ พวกเราก็เลยเริ่มฝึกคุ้นเคย แต่ว่าพวกเราจะบอกลูกเสมอว่า ถ้าเกิดเพื่อนพ้องคนอื่นๆฝึกซ้อม 24 ชั่วโมง เข้มข้นมากมาย

พวกเราจำต้องฝึก 2 วัน ถ้าเกิดผู้อื่นฝึก 2 วัน พวกเราก็จำเป็นต้องฝึกซ้อม 4 วัน เป็นสองเท่า พวกเราก็บอกลูกให้ทำรูปแบบนี้เรื่อย” เมื่อทั้งสองอายุ 10 ขวบ ได้ไปแข่งฟุตบอลระดับแว่นแคว้น กระทั่งไปสะดุดตา

แมวมองอะคาเดมี่ของ เอฟเอสเฟา แฟรงค์เฟิร์ต จนได้มาเสวนากับพ่อของทั้งสอง ในตอนแรกทางชมรมต้องการจะเซ็นสัญญากับเพียงแค่จิรพัฒน์ เพราะเหตุว่า กฤษณะตอนนั้นค่อนข้างจะอ้วน แม้กระนั้นป๊ะป๋า

การันตีว่า หากจะเซ็นสัญญาจำเป็นต้องเซ็นทั้งสอง เนื่องจากต้องการให้ได้ฝึกหัดบอลพร้อม ท้ายที่สุดทางแมวมองตอบตกลง ทั้งสองก็เลยได้เดินทางขั้นต้นในทางนักเตะอาชีพ ช่องทางสำคัญของชีวิตทั้งสอง

มาถึง ข้างหลังทางอันดับแรก เมื่อมีแมวมองจากหลายๆสมาคม อีกทั้งฮอฟเฟนไฮม์, แฟรงค์เฟิร์ต รวมทั้งไมนซ์ 05 ซึ่งนับว่าเป็นสมาคมชั้นหนึ่งในระดับเยาวชน ติดต่อมา โดยแสดงความพอใจในตัวของจิรพัฒน์

ในเวลาที่ กฤษณะ ซึ่งเป็นผู้เฝ้าประตู ยังมีปัญหาทางด้านรูปร่าง แต่ว่าด้วยทัศนคติของครอบครัวภมรทร์ ที่อยากสนับสนุนเด็กทั้งสองไปพร้อม ก็เลยทำให้ทั้งยัง กานต์ แล้วก็ เกมส์ ได้รับจังหวะสำหรับเพื่อการต่อยอด

จริงๆมีหลายทีความเห็นชอบดถัดมาในตอนนั้น โดยมากก็อยากได้ตัวของ น้องเกมส์ (จิรพัฒน์) แต่ว่าพวกเราก็มานะยื่นข้อเสนอว่า ขอให้ กานต์ (กฤษณะ) ได้ได้โอกาสไปร่วมฝึกหัดด้วยได้มั้ย ฝึกหัดเฉยๆ

เป็นประตูมือ 3 มือ 4 ก็ได้ ท้ายที่สุดทางสมาคมเขามองเห็นความตั้งอกตั้งใจของพวกเรา แล้วก็กานต์เองก็เอาจริงเอาจังที่จะรักษาหุ่นของตนด้วย เพียงพอเขาได้เข้าซ้อมรูปร่างเขาก็เบาๆดียิ่งขึ้น จนได้รับความเชื่อใจ”

และก็ทั้งสองก็ได้เซ็นสัญญากับฮอฟเฟนไฮม์ และก็แฟรงค์เฟิร์ต ผู้น้อง ได้รับความพอใจจากกลุ่มสตาฟฟ์เยอรมันออกจะมากมาย จนถึงมีผู้ฝึกสอนระดับเยาวชนของเยอรมันที่ตามมองฟอร์ม ได้เข้ามา

คุยกับป๊ะป๋า เพื่อดึงตัวไปร่วมฝึกซ้อมกับเยาวชนกลุ่มชาติ แล้วก็ถามว่าน้องมีหนังสือเดินทางเยอรมนีมั้ย ? ปรากฏว่า ยังไม่มี ทำให้คลาดโอกาสไป แม้กระนั้นขณะนี้ทางครอบครัวกำลังจัดการอยู่ มีความรู้สึกว่า

คงจะใช้เวลาอีกไม่นาน เนื่องจากทางครอบครัวพร้อมส่งเสริมทุกช่องทางที่เข้ามาในชีวิตของน้องทั้งสอง การได้เล่นในลีกบุนเดสลีกา เป็นความฝันสูงสุดของนักฟุตบอลทุกคนตรงนี้ แต่ว่าทางครอบครัวผึ้งทร์เอง

ไม่ขอกดดัน และก็คอยให้ถึงเวลาที่สมควร “ยุคทั้งสองอายุ 12 ปี มีแมวมองจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาติดต่อ ในช่วงเวลานั้นก็แอบพอใจ แต่ว่าดูอีกมุมมีความคิดว่าลูกของพวกเรายังไม่เก่งพอเพียง แล้วตรงนั้น

ก็ไม่ใช่ถิ่นฐานบ้านช่อง ถ้าเกิดให้เขาไป มันบางครั้งอาจจะแปลงอะไรที่เคยดีหลายๆอย่าง” พ่อของน้องทั้งคู่คน เผย แม้กระนั้นก็เป็นปกติที่กลุ่มพวกนี้จะมาขายฝันนักเตะว่า ถ้าเกิดเล่นดีก็จะได้โอกาสขึ้นไปฝึกกับ

นักฟุตบอลชุดใหญ่ แต่ว่าสำคัญที่สุดก็คือ ขณะที่สมควร พวกเราคิดว่ามันบางครั้งก็อาจจะยังไม่ถึงเวลานั้น” “การเล่นในบุนเดสลีกา มันเป็นความฝันของเด็กทุกคนตรงนี้ แต่ว่าจะได้เล่นใช่หรือไม่ มันขึ้นกับจังหวะ

ดวงแล้วก็ความรู้ความเข้าใจ ถ้าเกิดประเมินกันในจุดนี้ คิดว่าระดับของทั้งสองยังไม่ถึงที่จะเล่นลีกสูงสุด(บุนเดสลีกา)ได้ แต่ว่าในอนาคต หากเขาอายุ 17-18 รูปร่างใหญ่ขึ้น, ความสามารถดียิ่งขึ้น มันก็อาจจะเป็นไปได้

ว่าจะมีช่องทาง แต่ว่าพวกเราก็ให้ทั้งสองจริงจังกับบอล เพื่อที่วันหนึ่งจังหวะมา พวกเราก็พร้อมรับไว้” ในเวลาที่ช่องทางรับใช้กลุ่มชาติไทยในอนาคต ป๊ะป๋าสิทธิชัย กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ ยังไม่มีคณะทำงานคนประเทศไทยที่ติดต่อมาเลย แม้กระนั้นการันตีว่าถ้าเกิดประกาศเรียกตัวทั้งสองเมื่อใด ยินดีที่จะให้ทั้งสองไปรับใช้กองทัพภูมิลำเนา อย่างแน่แท้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *