สัมภาษณ์สื่อถึงผลงาน

สัมภาษณ์สื่อถึงผลงาน ของทางลูกทีมตัวเองด้วยผลงาน 16 คะแนน

สัมภาษณ์สื่อถึงผลงาน พร้อมขึ้นนำจ่าฝูงเดี่ยวของไทยลีก 2020-21 ทันทีหลังผ่านเกมนัดที่ 7

สัมภาษณ์สื่อถึงผลงาน “ผลกับ ทรู กางงค็อก เป็นอะไรที่ดีเลิศมากมาย มากยิ่งกว่าเกมกับการท่าเรือ ซึ่ง 2 เกมก่อนหน้านี้ผมได้มองเห็นสิ่งที่เพิ่มเป็นนักเตะสู้เกิน 100 เปอร์เซนต์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็น นักฟุตบอลไทย! หรือ ต่างชาติ ซึ่งผมออกจะ แฮปปี้ในนี้ เป็นเขาสู้เพื่อกลุ่มจริงๆ” “แบบอย่างการเล่น รวมทั้ง ระบบการเล่นอันนั้น มันก็ส่วนใด ส่วนหนึ่งตามแท็คติก แม้กระนั้น ที่จะต้องดูด้วย เหตุว่านับว่ามีความเป็นจริงเป็นจัง กับเกมนี้มากมาย”

“เกมนี้ทาง โตติ นักเตะสเปนเจ็บ แต่เราเจอทีมอย่าง ทรู แบงค็อก เราประมาทไม่ได้ ซึ่งปีที่แล้ว สุรชาติ สารีพิมพ์ ไปเล่นวิงขวา, โตติ เล่นทางซ้าย เอาง่ายๆ สุรชาติ เขาแข็งแรง เจอ ทริสตอง โด เขาเอาอยู่ สปีดฟุตบอล รวมถึงความแข็งแรงเขาเอาอยู่ แต่ถ้า โตติ เจ็บ แล้วผมไปเอายังเติร์กลง ผมกลัวเรื่อง ของประสบการณ์มากกว่า”

ดุสิต เฉลิมแสน กุนซือ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ยัง สัมภาษณ์สื่อถึงผลงาน อีกด้วยว่า “ตอนนี้ สันติภาพ จันทร์หง่อม แบ็กขวาก็เจ็บด้วย ก็ยังไม่รู้ว่าเกมหน้าจะทันหรือเปล่า ตอนนี้ผมกดดันอยู่แล้ว ผมเคยบอกตลอดครับว่า เรากดดันอยู่แล้ว เพราะบีจีถือเป็นทีมใหญ่ ซึ่งต้องมีความคาดหวังในผลงานด้วย ซึ่งตอนนี้ก็ต้องมองเป็นแมตซ์ต่อแมตซ์ไปเพื่อให้ผลออกมาดีที่สุดในทุกเกม”

นักข่าวถาม กุนซือใหญ่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ถึงประเด็นกองหน้าของกลุ่มต้องปรับเช่นไรในเมื่อได้โอกาสยิงบ่อยมาก แต่ยังเบิกสกอร์ไม่ได้ ซึ่ง ดุสิต เฉลิมแสน เปิดเผยถึงหัวข้อนี้ว่า “คุณก็รู้ข่าวอยู่แล้ว รอดูแล้วกัน พวกเราทราบเพียงแค่ข่าวตรงนี้ล่ะ ผมว่าผู้บริหารบีจี ปทุม ยูไนเต็ดเขาก็รู้ว่าจึงควรเพิ่มที่ไหน รอดูเลกสองดีกว่า” เกมเล่นล่าสุด

สัมภาษณ์สื่อถึงผลงาน

กัปตันทีมที่ถูกขยับให้ไปเล่นวิงซ้ายพร้อมกับจัดการเบรกทางบอล

นักข่าวถาม สุรชาติ สารีพิมพ์ ถึงผลงานของกลุ่ม ที่ได้ขึ้นเป็นจ่าฝูง ไทยลีก 2020-21 ขณะนี้ว่า “ผมเห็นว่า มันเป็นจังหวะ ของบอลมากกว่า พวกเราคิดไป เป็นสเต๊ปๆไป คิดไปเป็น แมตซ์ต่อแมตซ์ เก็บให้ได้ โอกาสละแมตซ์ ครั้งละแมตซ์ไป

ความยากง่าย มันก็จะแตกต่างกันไป เกมกับ ทรู แบงค็อก พวกเราทำเป็น ตามเป้ากับ 3 คะแนนที่ทำเป็น มันก็นำมาซึ่งการทำให้พวกเราหยุด ทรู แบงค็อก ได้ รวมทั้ง เป็นการก้าวผ่านขึ้นไป ที่ทำให้พวกเรา ไปเป็นผู้นำฝูงไทยลีก ในตอนนี้” ผลบอลไทย

“แม้กระนั้น ท้ายที่สุด มันเหลืออีกหลายแมตซ์ครับ พวกเรา ก็ยังมองดูเป็นสเต๊ปๆไป ก็ยังไม่ประมาทครับ ส่วนตัวมิได้ ไม่ค่อยสบายใจอะไร กับการเป็นผู้นำฝูง เนื่องจากว่า แต่ละสัปดาห์ เรามีการเล่าเรียน! คู่ปรปักษ์ รวมทั้งการฝึกฝน เพื่อจะปรับปรุงแก้ไข, แก้เกม, แก้แท็คติก ของคู่ปรับว่า แต่ละเกม พวกเราจำเป็น จะเล่นอย่างไรอยู่แล้วครับผม”

สัมภาษณ์สื่อถึงผลงาน

หากไม่มีอะไรผิดพลาดตามที่เคยเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้

ทั้งสองน่าจะเป็นคู่แผงหน้าในฝันที่ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะเพียงแค่สาวก “กระต่ายแก้ว” จะต้องการมองเห็นทั้งสองได้มาผนึกกำลังล่าตาข่ายด้วยกัน ที่สำคัญ 2 รายมีดีกรีเป็นดาวซัลโวมาแล้วทั้งสองด้วย “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา เป็นดาวซัลโวไทยลีก 1 ยุค ร่วมกับ เคลตัน ซิลวา ในไทยลีกครั้งที่ 16 เมื่อปี พุทธศักราช 2555 ด้วยผลงาน 24 ประตู ดูบอลสด

ส่วน ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต เป็นดาวซัลโว 2 ยุค ไทยลีกครั้งที่ 19 ปี พุทธศักราช 2558 ที่ทำไว้ 33 ประตู, ไทยลีกครั้งที่ 22 ปี พุทธศักราช 2561 ผลงาน 34 ประตู วันนี้คณะทำงานฟุตบอลประเทศไทยเลยขอนำสถิติการพังประตูของทั้งสอง ที่เคยตะบันในไทยลีกมาแล้ว! มาฝากกันว่า 2 รายซัดกันไปแล้วเมื่อครั้งค้าลำแข้งในไทยลีก รวมกัน 219 ประตู เป็นผลงานของ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา 118 ประตู รวมทั้ง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต 101 ประตู